YOU'D BETTER WATCH OUT

posted on 25 Dec 2005 09:47 by buabua

หลังจากงานคริสตมาสจบเมื่อวาน เนื่องในโอกาสการฉลองร่วมกันครั้งสุดท้ายในชุดนักเรียน ( กระโปรงบาน ขาสั่น....... ด้วยความหนาว ) พวกเราก็ได้ถือเอาฤกษ์นี้ไปเดินสวนลุม ( ซึ่งความจริงไม่เกี่ยวกัน )

ความจริงไม่ได้อยากเขียนไรมากมายหรอก ดูๆไปก่อนแล้วกัน


รูปแรกเลยรูปนี้ ความจริงอยากถ่ายกันแค่ 2 คน แต่บังเอิญมี ..... มีร่วมด้วย ( ใครขอให้มึงมาแจมเนี่ยกูถามจริง ) แต่ช่างมันเหอะ วันดีดี ต้องพยายามมองโลกในแง่ดีไว้

โอ้ ไม่เป็นไรหรอก มันคงเก็บกดน่ะ สงสัยไม่มีเงินซื้อกล้องเอง


วางของกันเรียบร้อยแล้ว ก็ ตัดสินใจที่จะไปถีบเรือกัน ( น่าจะบอกว่าเรือเป็นจุดประสงค์หลักมากกว่า ) ว่าแล้ว ผู้เล่นทั้งหมด 10 คน แบ่งเป็น 5 ทีม ก็ถึงเวลาเผยตัวตน

ทีมแรก ทีมที่ได้เปรียบจากความยาวด้านช่วงตัวและช่วงแขน บัว-พ่อ
ทีมสอง ทีมที่พวกเรามั่นใจว่าพวกเขาเป็นทีมที่ชิวที่สุด ไม่รู้จะแข่งกันเงียบไปไหน เจน-โบว์
ทีมสาม ทีมที่หายตัวไปตั้งแต่วินาทีแรกที่ขาพวกเขาสัมผัสกับผิวเรือ และกลับมาอีกทีเมื่อเรือครบกำหนดเวลา พัด-กิ๊บ
ทีมสี่ ทีมที่ไม่ได้เปรียบเรื่องอะไรเลย เนื่องจาก ทั้งสองคนไม่รู้และไม่เข้าใจวิธีการบังคับเรือ แม้ว่าจะผ่านไปครึ่งชั่วโมงแล้วก็ตาม ก็ยังไม่สามารถเอาเรือกลับมาได้โดยสวัสดีอยู่ดี มี-มินท์
ทีมห้า ทีมที่แหกทุกกฎของการถีบเรือ ไม่ว่าจะเริ่มจากการปั่นสวนทางกันเอง หรือว่าจะพาพวกเราไปเจอสัตว์ประหลาด ( ช็อก )
ต่าย-ปลา

หลังจากออกตัวมาได้ในวินาทีแรก ทีมที่หนึ่งก็ได้นำออกมาประมาณ 80 ช่วงตัว ไม่รู้เหมือนกันว่าทีมข้างหลังกำลังงมหาอะไรกันอยู่

คาดว่าจะหาสมบัติพันปีตั้งแต่สมัยที่พื้นดินตรงนี้ยังไม่ได้รับการบูรณะ


หลังจากเริ่มปั่น ปัญหาแรกที่พวกเราพบก็คือ แต่น แต๊นนนนนนน กระโปรงเปิด เป็นสิ่งทำร้ายจิตใจขนาดยักษ์ เหมือนมีไรมาทิ่ม ฉึก ฉึก ฉึก แต่ด้วยสปิริตที่แรงกล้า ทีมที่หนึ่งถีบเรือไปเทียบท่าไม่รอใคร ( มาภายหลังไอ้พ่อบอกว่า มันคงเป็นธรรมเนียมล่ะมึง ที่ต้องมาแวะตรงนี้ก่อน ไปปั่นที่อื่น ) โดยที่สาเหตุหลักเพื่อเยาะเย้ยคนที่แม่มีพลังจิต โทรมาบอกไม่ให้ถีบเรือ

ระหว่างนั้น หมูมี ก็นึกวิธีการแก้ไขป้องกันหวอออกมาได้ นั่นคือ

ใช่ครับ ป้ามีแกลงทุนกระโดดลงจากเรือไปยืมกางเกงฮิพฮอพแคทเพื่อเอามาใส่ช่วยเหลือในการปั่นเรือ


ระหว่างนั้น เรือของน้องมีก็โดน .... โดนปล้นไป ..... โดยแคทเป็นผู้ปล้น ให้เหตุผลว่าเป็นข้อแลกเปลี่ยนกับกางเกง

หยุดนะ เจ้าโจรสลัดใจทราม เอากุงเกงแกมาให้เราแล้วเราก็จะไปปั่นเรือเราต่อ ออกมาจากเรือเราเดียวนี้........................อ้ะ


หลังจากกู้เรือคืนมาได้ หมูมีก็เริ่มเพลินใจกับการถ่ายรูปโดยที่ ..... ถ้าสังเกตข้างหลังดีดี ใช่แล้วครับ น้องมีปล่อยเรือให้มินท์ถีบคนเดียวครับ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าใครเป้ฯคนจับคู่ แต่ที่แน่แน่ ใครคู่น้องมีโดนมันกินแรงสุดตีนชัวร์ๆ


หลังจากการถีบเรือไปได้ระยะนึง ต่าย ผู้เข้าแข่งขันจากทีมที่ห้า ก็ส่งสัญญาณใจ ไม่ใช่ ส่งเสียงเรียกพวกเรามาดูไรบางอย่าง .... หลังจากการทำมือชี้โบ๊ชี้เบ๊ซักพักนึงเราจึงเห็น

โอ้ววว จระเข้ยักษ์

อ้าวไม่ใช่ ที่แท้มันก็คือ สิ่งมีชีวิตที่เราเรียกว่า เหี้ย นั่นเอง

ตอนแรกคิดว่าจระเข้ นึกว่าทำไมสวนลุมถึงปล่อยจระเข้ตัวเบ้อเร้อมาลอยชายตรงนี้ฟะ เดี๋ยวลุงที่วิ่งมาราธอนรอบสวนลุม 19 รอบก็โดนงาบขาพอดี

ถ้าสังเกตมุมซ้ายล่าง จะเห็นว่า น้องเต่าน้อยนอนกลมอยู่ข้างๆ


ถีบเรือไปลอยไปลอยมา ก็พบว่า ครึ่งชั่วโมงหฤหรรษ์ หมดไปซะแล้ว (ค่าเรือแพงอ่ะ ตกนาทีละบาทเลยล่ะ เศร้าจัง )

หลังจากความตั้งใจแรกที่จะเดินไปดูน้องตัวเงินตัวทองระยะประชิด ระหว่างทางเราค้นพบสวนพระอาทิตย์ยิ้มแฉ่ง หรืออะไรซักอย่างประมาณนี้ ของเล่นชิ้นแรกที่ปภาพร นำเสนอ

โทรโข่งพลังจิด ที่แม้แต่สายวิทย์ก็ไม่อาจอธิบายได้ว่า เหตุใดจึงสามารถส่งเสียงได้ ( กูบอกแล้วว่ามันเป็นแรงสั่นสะเทือน ฟังกูสิ )


ของเล่นชิ้นที่สอง ที่พัทธ์ธีรา ฐิตะสัทธาวรกุล ขอนำเสนอ นั่นคือ ทาดั๊ม ...... ชิงช้าสวรรค์แกว่งไกวท้าทุกความเคลื่อนไหว และเยาะเย้ยแรงโน้มถ่วง

โดยซาร่าผู้ร่วมเล่นเปิดเผยด้วยใบหน้า ( อย่างในภาพ ) ว่า โอ้วว์ มันเสียวซ่านสะท้านใจจริงๆฮ่ะ นอกจากจะปลดปล่อยความแก่ให้ลอยไปกับสายลมแล้ว ทรายที่ล้นอยู่เต็มถุงเท้าก็ช่วยระลึกสัญชาตญาณดิบได้ดีจริงๆค่ะ จอร์จ


หันมาอีกข้างนึง ..... เฮ้ย แล้วกูจะไปนั่งไหนอ่ะ ( เสียงคร่ำครวญจากคนถ่ายรูป )


แต่ว่าไม่มีอะไรกินขึ้น ไกวชิงช้า competition ได้เริ่มขึ้นแล้ว


หลังจากผ่านการไกวไป 10 นาที อาการแก่ก็เริ่มหวนคืนมาเป็นระลอ

จากภาพจะเห็นได้ชัดเจนว่า มีมี่ หมดแรงข้าวเหนียวส้มตำ ไปแล้วตั้งแต่ 15 นาทีแรก


นั่งเหี่ยวได้ซักพัก เริ่มแล้วครับ เริ่มหิว...... คำว่า เค้ก ที่เจนพูดไว้เมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว ย้ำให้รีบกลับมา ( จากการสำรวจสิ่งมีชีวิตที่นอนผึ่งแดดอยู่ข้างน้ำ ) ก็เริ่มผุดเข้ามาในหัวสมอง

หลังจากนั้น ก็เกิดภาพที่เราไม่อาจนำเสนอได้ เพราะมีฝูงแร้งลงมารุมทึ้งเหยื่ออย่างหิวโหย 10 นาทีแห่งภาพเซ็นเซอร์ผ่านไป

เค้กช็อกโกแลตก็เหลือเพียงความทรงจำ.....


งานเลี้ยงยิ่มมีวันเลิกราฉันใด บ่าย 4 โมง 15 นาทีหลังจากการต่อสู้ป้องกันค่ายจากนกพิราบ และการเอาคุกกี้เดนม่าไปปาหัวนกพิราบ ก็หยุดลง และแล้วฝูงควายไบซันในชุดนักเรียนเครือ เซนต์ปอลล์ ก็เดินลงรถไฟฟ้าใต้ดิน ไม่ใช่เพื่อนั่งไปไหน แต่เพื่อเดินข้ามถนน หลังจากตอนแรกวิ่งท้ามฤตยูฝ่าถนน ที่ไม่เคยมีสัญญาณไฟเขียวสำหรับคนข้าม

เหน็ดเหนื่อยไม่อยากจะเซ่ด น้องมี ( ขวา ) และ มินท์ ( ซ้าย ) ส่งสัญญาณสายตามาว่า กูง่วง


พยายามถ่ายรูปเจน แต่ขอโทษครับ ได้แต่ภาพเบลอๆ โดยทางเราสมมติว่ามันคือ ภาพอาร์ท อย่างที่คนหลายคนบอกว่า ภาพเน่าๆ แสงงงๆ คือ ภาพแนวเว้ย


สุดท้าย มาอาร์ทกับรูปตัวเองมั่ง

ไม่ใช้สลิง ไม่ใช้ตัวแสดงแทน ไม่มีคำว่าปรับแสง หรือว่า โฟโต้ช็อป.......


เป็นวันที่ดีมากๆ หนึ่งวัน


edit @ 2005/12/25 10:50:46

Comment

Comment:

Tweet

จําใม่ใด้question surprised smile

#10 By ฟิว (110.164.111.191) on 2009-12-03 15:56

big smile

#9 By จินจิน (203.121.175.121) on 2009-10-26 13:40

big smile big smile big smile open-mounthed smile ตล๊กกกกกกกกกกกกกกกก ตลก confused smile

#8 By ทิเอ๊ม (203.121.175.121) on 2009-10-26 13:39

confused smile angry smile angry smile angry smile question double wink cry confused smile

#7 By ร้เอแดพ (203.121.175.121) on 2009-10-26 13:37

ชอบ

#6 By hhsst_@ (124.122.198.195) on 2009-10-20 17:48

สวัสดีครับมีไรฮะ

#5 By เฮง (118.172.69.54) on 2009-09-01 11:22

ตัวเหี้ยไม่ใช่หรอ

#4 By nut (125.24.22.132) on 2009-07-20 16:09

ทราบไมหมว่าทำให้เสื่อมเสียสถาบัน

#3 By นายทวีศักดิ์ (125.26.22.205) on 2009-04-29 18:55

ป้องกันค่ายจากนกมฤตยูนี่ก็...รู้สึกว่านกสมัยนี้มันชักปีกกล้าขาแข็งขึ้นทุกวัน
เล่นชิงช้าแกว่งนี่มันโคตร ส่วนไอที่วิ่งๆวงกลม(ไม่รู้อะไร)เวียนหัวสุดๆ = =
สรุปว่าวันนั้นสนุกมากแหละในความคิดเรา

#2 By (202.90.116.98) on 2005-12-25 20:34

จำไม่ได้ว่ะว่า80หรือ200
รุแต่ว่าแดกไม่คุ้มอะ
เห้ยยยย วันนี้มันมากๆๆ สะใจโครต 555
เดี๋ยวลงรูปบ้างและ

#1 By ※ Rokang ※ on 2005-12-25 11:33